อุตสาหกรรมน้ำตาลไทย กับการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเกษตรกรไทย-กัมพูชา


ชุมชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานอย่าง ตำบลเลิงแฝก อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม ก็เผชิญกับระบบดังกล่าวเช่นกัน ด้วยขณะนี้มีการลงทุนของบริษัทผลิตน้ำตาลขนาดใหญ่หลายแห่ง ที่สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกอ้อยเพื่อส่งขายยาวนานเกือบ 20 ปี ทำให้เกษตรกรที่เคยใช้ชีวิตแบบพอเพียง เข้าสู่ระบบหนี้สินอันเกิดจากการลงทุนเพื่อผลิตอ้อยขายให้กับโรงงานน้ำตาล และสภาพแวดล้อมในพื้นที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการปล่อยน้ำเสียจากโรงงาน ปัญหาการแย่งน้ำระหว่างเกษตรกรที่ลงทุนด้านการปลูกอ้อย กับเกษตรกรทั่วไป ปัญหาการแย่งน้ำระหว่างโรงงานผลิตน้ำตาลและเกษตรกรรายอื่นที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง และปัญหาการเผาไร่อ้อย ที่สร้างมลภาวะทางอากาศ ส่งผลให้เกิดฝุ่น ควัน ฯลฯ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนทำให้ชุมชนเลิงแฝกมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงจากการลงทุนขนาดใหญ่ของบริษัทน้ำตาล “ทองพูน บุญแสน” อายุ 46 ปี ชาวบ้านบ่อแกบ่อทอง ตำบลเลิงแฝก หนึ่งในเกษตรกรไม่กี่คนที่ทำตัวกบฏต่อระบบเกษตรพันธะสัญญา เปิดเผยในงานเสวนาหัวข้อ “วิถีชีวิตชุมชนที่เปลี่ยนไปของชาวไร่อ้อย” ว่า ตั้งแต่แต่งงานแล้วย้ายมาอยู่กับภรรยานั้น แรกเริ่มเดิมที่สมาชิกในชุมชนมีความสุขดีกับการใช้ชีวิตตามรูปแบบเกษตรกรทั่วไปในภาคอีสาน มีการเลี้ยงวัว ควาย ทำนาและพออยู่พอกิน แต่เมื่อราว 20 ปี ที่แล้วก็มีบริษัทน้ำตาลมาก่อตั้งในพื้นที่ ทางบริษัทใช้เวลาไม่นานในการดำเนินโครงการก็สามารถดึงเกษตรกรเข้าสู่ระบบได้จำนวนมาก โดยมีการประกันรายได้อ้อยในราคาสูง ปลูกครั้งหนึ่งคนก็ได้รายได้หลายหมื่น ใครมีที่มากก็ได้รับเงินมาก ใครมีที่น้อยรายได้ลดหลั่นไปตามขนาดของพื้นที่ปลูก ส่วนตัวไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับรายได้ที่คนในชุมชนได้รับ และไม่รู้สึกว่าอยากจะทำแบบนั้น เพราะคิดอย่างเดียวว่า “ที่ดินคือของๆ เรา เราต้องปลูกพืชให้ได้หลายชนิดเพื่อประหยัดค่าอาหาร” อ่านต่อ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นิยายรักจีนโบราณ อสุรากับยาใจ (เล่ม 1-3 + เล่ม4ตอนพิเศษ) PDF

สวนกระท้อนปลอดสารพิษ กิโลกรัมละ90 บาท ปีหนึ่งขายได้มากกว่า 500,000 บาท

การ์ตูน One Punch Man | วันพั๊นช์แมน ตอนล่าสุด+OVA ซับไทยดูฟรี